หาดจอมเทียนเป็นหนึ่งในตลาดสไตล์รีสอร์ทที่เติบโตเร็วที่สุดของประเทศไทย
ในขณะที่ภูเก็ตเป็นตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่เจริญเติบโตเต็มที่ที่สุดในประเทศไทยด้วยช่วงของราคาที่กว้างที่สุดและสูงที่สุด พัทยาจึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในประเทศไทย ดึงดูดนักเที่ยวมากถึง 4 ล้านคนในปีพ.ศ. 2553 การท่องเที่ยวเป็นปัจจัยหลักในการเติบโตของอสังหาริมทรัพย์สไตล์รีสอร์ท และพัทยาได้ดึงดูดความสนใจชาวต่างชาติ รวมถึงคนไทยด้วย
ภาพลักษณ์ใหม่และดีขึ้น
พัทยาทำรายได้ถึงร้อยละ 90 จากการท่องเที่ยว คิดเป็นเงินปีละ 50,000 ล้านบาท (1.63 พันล้านดอล์ลาร์สหรัฐ) ในขณะที่การท่องเที่ยวเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญสำหรับตลาดบ้านเพื่อการเกษียณอายุและบ้านหลังที่สอง การรวมกันของจำนวนที่เพิ่มขึ้นระหว่างนักท่องเที่ยวและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานได้ทำให้พัทยาเป็นหนึ่งในตลาดที่พักสไตล์รีสอร์ทที่ค่อยๆ พัฒนารวดเร็วที่สุดในประเทศไทย และในทวีปเอเชียในไม่กี่ปีที่ผ่านมา ลักษณะของพัทยาและหาดจอมเทียนได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด โดยมีการเปลี่ยนความสนใจไปยังไลฟ์สไตล์ ครอบครัวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้เปิดตัวการเริ่มต้นการวางตำแหน่งพัทยาและจอมเทียนอย่างเหมาะสมทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับนานาชาติ
ความสามารถในการเดินทาง
ใช้เวลาเพียงหนึ่งชั่วโมงในการขับรถ หลังจากสนามบินสุวรรณภูมิได้เปิดในปีพ.ศ. 2549 ซึ่งทำความสามารถในการเดินทางไปพัทยาได้ดีขึ้น โดยสนามบินมีรันเวย์ 2 เส้นซึ่งสามารถรองรับผู้มาเยือนได้ปีละ 45 ล้านคน อย่างไรก็ตามจะมีแผนการที่จะขยายรันเวย์ให้เป็น 4 เส้นในปีพ.ศ. 2558 ซึ่งจะทำให้จำนวนผู้มาเยือนเพิ่มมากถึงหนึ่งร้อยล้านคนต่อปี ถนนต่างๆ ได้ถูกปรับให้ดีขึ้นอย่างมากและการเดินทางจากกรุงเทพมหานครไปพัทยาสามารถใช้เวลาเพียง 90 นาที นอกจากนี้ยังมีการวางแผนเกี่ยวกับทางเดินรถไฟความเร็วสูงเชื่อมกรุงเทพมหานครกับสนามบิน และต่อไปจนถึงพัทยาและจอมเทียน โดยในส่วนจากกรุงเทพมหานครถึงสนามบินได้เสร็จสมบูรณ์ไปในปีพ.ศ. 2553
อุตสาหกรรมและการค้า
พื้นที่ใกล้เคียงโดยรอบพัทยาเป็นเขตพัฒนาอุตสาหกรรม การค้า และนิคมอุตสาหกรรมที่สำคัญของประเทศไทย (เช่น อมตะและเหมราช) อุตสาหกรรมนี้ใช้ท่าเรือแหลมฉบังซึ่งเป็นท่าเรือหลักของประเทศไทย ปัจจุบันดำเนินงานเพียงร้อยละ 55 ของกำลังการผลิต ดังนั้นถือเป็นโอกาสสำหรับการขยายอุตสาหกรรมในพื้นที่นี้ ซึ่งจะนำไปสู่การเพิ่มมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์มายิ่งขึ้น
การศึกษาและสุขภาพ
เพื่อสนับสนุนการพัฒนา ได้มีการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการศึกษาหลายแห่งและมีโรงเรียนนานาชาติ 3 โรงเรียน เป็นโรงเรียนที่ใช้ภาษาอังกฤษ 2 โรงเรียน และภาษาญี่ปุ่น 1 โรงเรียน มีโรงพยาบาลระดับสากลที่มีชื่อเสียงด้วยกัน 3 โรงพยาบาล คือ โรงพยาบาลพญาไท โรงพยาบาลกรุงเทพ และโรงพยาบาลสมิติเวช
องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.)
หนึ่งในแนวทางที่น่าตื่นเต้นที่จะปรับภาพลักษณ์ของพัทยาเพื่อให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งเป็นการวางแผนโดยองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์กรมหาชน) เพื่อที่จะยกระดับสิ่งอำนวยความสะดวกและโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ ซึ่งได้รับการอนุมัติในเดือนเมษายน พ.ศ. 2554 โดยสภาเมืองพัทยา แผนงานได้ถูกออกแบบเพื่อเริ่มการพัฒนาในเชิงเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นแนวทางเพิ่มโอกาสสำหรับการท่องเที่ยวเชิงนิเวศรวมทั้งการอนุรักษ์วัฒนธรรมและธรรมชาติ
สิ่งสำคัญของแผนแม่บทประกอบไปด้วยการฟื้นฟูสภาพ การทำความสะอาดและการเพิ่มชายหาดโดยเฉพาะหาดพัทยาและหาดจอมเทียน แผนงานให้ความสำคัญกับการเชื่อมต่อระหว่างพื้นที่ โดยเพิ่มทางเท้าให้กว้างขึ้นและทางสำหรับรถจักรยานเพื่อที่จะเชื่อมต่อระหว่างหาดจอมเทียนและเมืองพัทยา
อพท. เป็นผู้จัดการแผนงานทั้งหมดและคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในปีพ.ศ. 2562 โดยใช้งบประมาณในการพัฒนาทั้งหมด 15,000 ล้านบาท (490 ล้านเหรียญสหรัฐ) โดยค่าใช้จ่ายจะถูกกระจายไปในด้านการขนส่งและโอกาสในการเข้าถึง สาธารณูปโภค ประชาสัมพันธ์โครงการพัฒนา ชุมชน และโครงการทางด้านสิ่งแวดล้อม